AEC NEWS : สนข.รุกพัฒนารถไฟสายใต้ เชื่อมสู่มาเลเซียรองรับAEC

Malaysia
ผู้เยี่ยมชม : 1943
ลงข้อมูลเมื่อ : 12/07/2555 10:53
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กล่าวว่า ในส่วนของโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใต้ เชื่อมสู่ประเทศมาเลเซียโดยในทางคู่ช่วงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร ที่ถือว่าเป็น 1 ใน 6 เส้นทางระยะเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเส้นทางดังกล่าวถือเป็นช่วงสำคัญของประเทศไทย เพราะถือเป็นชุมทางในการขนส่งที่สำคัญทั้งรถโดยสารและรถบรรทุกสินค้า
          ทั้งนี้ การออกแบบรถไฟทางคู่ช่วงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร นั้น มีจุดมุ่งหมายที่ประชาชนต้องได้รับความสะดวก ปลอดภัย การเดินรถรวดเร็ว ตรงเวลา และมีต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัญหาและอุปสรรคของการเดินรถไฟของไทยในปัจจุบันอยู่ที่จุดตัดทางรถไฟที่ทำให้รถไฟไม่สามารถทำเวลาได้ และมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยๆ
          อีกทั้งในการออกแบบรถไฟทางคู่ ปัญหาจุดตัดกับถนนจะหมดไปโดยจะก่อสร้างเป็นทางข้าม หรือทางลอดแทน รวมถึงสถานีที่เป็นจุดหยุดรถชั่วคราว จะก่อสร้างให้เป็นสถานีรถไฟถาวร ซึ่งบางสถานีสามารถดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาขณะเดียวกันจะจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป หรือ  OTOP ตามสถานีรถไฟที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ
          สำหรับแนวโน้มการก่อสร้างรถไฟสายใต้ เพื่อเชื่อมต่อประเทศมาเลเซียคาดว่าการก่อสร้างจะมีขึ้นภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ประเทศมาเลเซียได้ดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ ประมาณระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร จากระยะทางรถไฟที่วิ่งให้บริการภายในประเทศประมาณ 1,600 กิโลเมตร การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ซึ่งจะทันต่อการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 และจะสามารถเชื่อมต่อทางรถไฟกับประเทศไทยได้ทันที แต่ยอมรับว่าหากเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซียการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของไทยในขณะนี้ยังคงเป็นไปด้วยความล่าช้า
          ด้านนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟแห่งประเทศไทย พื้นที่ศูนย์ภาคใต้ กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันปริมาณการขนส่งสินค้าโดยรถไฟระหว่างไทยกับมาเลเซียลดลงร้อยละ 20 สาเหตุเกิดจากปริมาณหัวรถจักรมีให้บริการไม่เพียงพอ จึงทำให้เสียโอกาสเป็นอย่างมาก ส่วนขบวน รถโดยสารที่ให้บริการระหว่างไทยกับมาเลเซียมีต่อเที่ยวต่อวัน โดยปัจจุบันมาเลเซีย ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เกือบแล้วเสร็จร้อยละ 90 ซึ่งเริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2008 ดังนั้น ประเทศไทยควรเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า
          ผอ.สนข. ยังกล่าวถึงเส้นทางถนนที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านว่าขณะนี้กรมทางหลวง กำลังศึกษาแผนก่อสร้างทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์ เพื่อเชื่อมต่ออำเภอหาดใหญ่มายังด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนกว่า 9,200 ล้านบาท
          ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2555 การศึกษาจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข 4 ด่านสะเดาสู่อำเภอหาดใหญ่ จราจรเริ่มคับคั่งและเส้นทางแคบ ดังนั้น หากก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวจะทำให้การคมนาคมระหว่างไทยกับมาเลเซีย สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสนข. และคณะผู้บริหาร ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมตัวอย่างการพัฒนาระบบรางของประเทศมาเลเซียที่มีแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับโครงการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟทางคู่สายใต้ของประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่AEC
          โดยได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐเปอร์ลิส ที่เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างไทยกับมาเลเซียและเป็นประตูการขนส่งด้วยระบบรางของทั้ง 2 ประเทศ และได้เดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟบูกิตแจม รัฐปีนัง เพื่อเยี่ยมชมการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่สายเมืองอิโบ-ปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นการพัฒนาเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับประเทศไทย ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาการเดินรถจากระบบทางเดี่ยวให้เป็นระบบรถไฟทางคู่ ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟสายใต้ของไทยที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งในอนาคตจะได้รับการพัฒนาเป็นเป็นระบบทางคู่เช่นเดียวกัน--จบ--
 
          --ทรานสปอร์ต เจอร์นัล  ประจำวันที่ 2 - 8 ก.ค. 2555--