AEC NEWS : “พม่า” หลังการเลือกตั้ง นักลงทุนรอกฎหมายใหม่เปิดทางธุรกิจ

Myanmar
ผู้เยี่ยมชม : 3119
ลงข้อมูลเมื่อ : 12/07/2555 14:53

ผลการเลือกตั้งซ่อมที่ “นางอองซาน ซูจี” สอบผ่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพม่าได้นั้น ทำให้ภาพลักษณ์ความรุนแรงด้านการเมืองของพม่าดีขึ้นทันตา และส่งผลให้พม่ากลายเป็นเต็งหนึ่งในบรรดาประเทศสมาชิกน้องใหม่ในอาเซียนที่ นักลงทุนต่างจ้องจังหวะช่วงชิงโอกาสในการลงทุนในขุมทรัพย์แห่งใหม่นี้

ก่อนหน้านี้ พม่าทำให้ทั่วโลกตื่นตะลึงกับข่าวการปล่อยตัวนักโทษการเมืองและการเลือกตั้ง ที่แสดงให้เห็นถึงการให้สิทธิเสรีภาพ รวมไปถึงโอกาสในการแสดงความคิดความเห็นต่างๆ จนนางฮิลลารี่ คลินตัน ต้องนั่งเครื่องจากสหรัฐฯมายืนยันความมั่นใจด้วยตัวเอง และจากภาพข่าวที่ปรากฏไปทั่วโลกทำให้พม่าเป็นยิ่งกว่าซุปเปอร์สตาร์ เพราะใครต่อใครต่างก็จับตาการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารนี้ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มองว่า พม่าคือ ทางเลือกใหม่ที่กำลังแง้มประตูออกสู่โลกภายนอก

คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Colliers International Thailand) ได้เปิดเผยรายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับเมืองพม่าว่า ประเทศพม่าได้แสดงให้เห็นถึงผลของการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างรวดเร็ว จาก “ม้านอกสายตา” ของนานาชาติกลายมาเป็น “ม้ามืด” ที่เป็นตลาดใหม่มาแรงของนักลงทุนโดยเฉพาะในเขตเมืองย่างกุ้ง ที่ปัจจุบันถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการค้าของพม่าก็ว่าได้

“พื้นที่เศรษฐกิจในทำเลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และพื้นที่สำนักงาน กลายเป็นที่ต้องการของบริษัทที่ปรารถนาจะสำรวจหาโอกาสทางธุรกิจ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยี่ยมเยือนประเทศที่ปิดประเทศมานานหลายทศวรรษ ซึ่งกระแสความสนใจต่างๆเหล่านี้ เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก เรียกว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจริงๆ” นายโทนี พิคอน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของคอลลิเออร์สฯ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานฉบับล่าสุดของคอลลิเออร์สฯ เผยว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองย่างกุ้ง มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการครอบครองเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับราคาที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างสอดคล้องกัน เนื่องจากสินค้าในตลาดมีไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ซื้อและนักลงทุน

“อุปทานปัจจุบันและอนาคตมีอยู่จำกัด เนื่องมาจากภาพสะท้อนจากทัศนคติเชิงลบในอดีต ซึ่งสถานการณ์ที่พลิกผันไปอย่างรวดเร็วจะนำไปสู่การวางแผนโครงการใหม่ๆ ส่งผลให้อุปสงค์มีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อุปทานใหม่ๆยังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะตามทันเสียงเรียกร้องในตลาด ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อราคาในทุกโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มีทิศทางจะปรับตัวสูงขึ้นหากคาดจากสถานการณ์ในปัจจุบัน” นายโทนี กล่าว

สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองย่างกุ้ง ปี 2554 ที่ผ่านมานั้น เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยโครงการใหม่ๆที่เกิดขึ้นได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ซื้อในพื้นที่ และนักลงทุน แต่ก็ยังติดขัดในส่วนของปัญหาทางด้านกฎหมายที่ไม่รับรองสถานะกรรมสิทธิ์ใน อาคารชุด ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การบำรุงรักษาสินทรัพย์ไม่ดีพอเนื่องจากขาดนิติบุคคลทำหน้าที่ดูแลอสังหาริม ทรัพย์ประเภทนี้

“กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา รวมไปถึงกฎหมายเกี่ยวกับคอนโดมิเนียมฉบับใหม่ที่จะสามารถวางรูปแบบ กรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย และอาจเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติมีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในบางรูปแบบด้วย ซึ่งปัจจุบันประเทศพม่ามีโครงการก่อสร้างจำนวนมากอยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น ศูนย์การค้าปลีกสมัยใหม่และโรงแรมหรู แต่เนื่องจากขณะนี้ประเทศพม่ายังไม่ถูกยกเลิกการคว่ำบาตร ทำให้ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์อีกหลายชิ้นยังไม่ได้ถูกต่อ จึงต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อจัดการกับอุปสรรคต่างๆ ก่อนที่จะจัดการเรื่องปัญหาอุปทานขาดแคลน” นายโทนีอธิบาย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองและระบอบการปกครองในพม่ายังไม่นิ่งมากพอที่จะทำให้นักลง ทุนวางใจได้ว่า การเลือกตั้งและการพยายามผลักดันให้ประเทศพม่าเป็นประเทศที่มีระบอบการ ปกครองแบบประชาธิปไตย จะดำเนินไปได้เต็ม 100% หรือไม่ เพราะจากท่าทีของกลุ่มประเทศที่เคยคว่ำบาตรอย่างสหรัฐฯยังคงขอรอดูท่าทีก่อน จะประกาศกลับใจ

ดังนั้นนักลงทุนในพม่าในปัจจุบันนั้น จึงพยายามศึกษาการลงทุนในพม่าหลายทาง ทั้งส่งตัวแทนนักลงทุนเดินทางไปเยี่ยมเยือนพม่า และการเข้าไปทดลองสนามก่อนลงสู่ตลาดจริง รวมไปถึงการรอเวลาให้ถึงปี 2558 ที่มีการเปิดเป็นประชาคมอาเซียนเต็มตัว

แต่หากในช่วงระยะเวลานี้ พม่าสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในเวทีใหญ่อย่าง เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปี 2556 และอีกหลายๆ งานในระดับอาเซียนซึ่งพม่าจะเป็นประธานในปี 2557 ก็อาจจะเป็นเครื่องการันตีได้ระดับหนึ่งว่า พม่าพร้อมแล้วหรือไม่ในสายตานักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ โดยที่ไม่ต้องรอใบประกาศจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ให้เสียทั้งเวลาและ โอกาส!