AEC NEWS : ดึงท่องเที่ยว-ลงทุนโครงสร้างกระตุ้น ศก.อาเซียน ด้าน ศก.ไทยยังประคองตัว

Thailand
ผู้เยี่ยมชม : 4400
ลงข้อมูลเมื่อ : 16/07/2555 14:22

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบใน พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งหลังจากที่ได้มีการเปิดให้บริษัทและกลุ่มนักลงทุนต่างๆ เข้ารับเอกสารเกี่ยวกับการประมูลโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการพอสมควร ทำให้พอจะใจชื้นขึ้นมาได้บ้างว่า หากโครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาคงจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลง ทุนกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกพอดู

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เผยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำงบประมาณ 3 แสนล้านบาทนั้น เป็นโครงการระยะยาว ประกอบด้วย 15 โครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนทั้งในและต่างประเทศมารับเอกสารข้อมูลได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม เพื่อเข้าประมูลโครงการ และวันที่ 24 กรกฎาคม จะเปิดให้แต่ละบริษัทชี้แจงการลงทุน ซึ่งจากโครงการดังกล่าวนี้จะทำให้สร้างความเชื่อมั่นได้ว่า น้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯอย่างแน่นอน


ในขณะเดียวกันนี้ที่ไทยกำลังพยายามกู้สถานการณ์การลงทุนและภาพลักษณ์ของ ประเทศอยู่นั้น สถานการณ์เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็กำลังเร่งพัฒนาชาติของตนเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มลุ่มน้ำโขงที่นอกจากจะเน้นการพัฒนาภายในประเทศแล้ว การเชื่อมโยงกันระหว่างชายแดนก็ได้มีการเร่งพัฒนาด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากการคมนาคมขนส่งแล้ว การท่องเที่ยวก็จะสามารถเดินทางได้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยเองก็ได้เร่งศึกษาการสร้างระบบคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศ เพื่อนบ้านรอบทิศ อาทิ โครงการรถไฟรางคู่เชื่อมกับมาเลเซีย ถนนมอเตอร์เวย์เชื่อมกับพม่า สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมกับลาว เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มประเทศในอาเซียนหันมาให้ความสำคัญและความร่วมมือกัน ในการเชื่อมโยงกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตมาก ขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย โดยเฉพาะในด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มักจะเติบโตขึ้นรวดเร็วในพื้นที่แหล่งท่อง เที่ยวต่างๆ ซึ่งธุรกิจอสังหาฯเหล่านี้ จะมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นหลังจากที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) อย่างเต็มตัวในปี 2558

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย หรือ AREA เผยว่า เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละประเทศอาจมีความสัมพันธ์กันมากขึ้นอีกใน อนาคตเมื่อมีเกิดชุมชนเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community (AEC) แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีทรัพยากรและประชากรเป็นจำนวนมาก อาทิ สิงคโปร์ เป็นต้น


 

“สิงคโปร์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสิงคโปร์เป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่น ในภูมิภาคอาเซียน จึงทำให้พื้นที่ขายศูนย์การค้าค่อนข้างแพง โดยในเขตใจกลางเมือง มีอัตราสูงถึง 700,000 – 1,000,000 บาทต่อตารางเมตร และห้องชุดในสิงคโปร์มีราคาเฉลี่ยปานกลางสูงถึง 300,000 บาท โดยในใจกลางเมืองมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.8% ส่วนในเขตชานเมืองมีอัตราผลตอบแทน 4.8% ” ดร.โสภณ กล่าว

 

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนได้ก็คือ การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทั้งห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม โรงแรม รวมไปถึงเม็ดเงินที่สะพัดในช่วงไฮซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยวที่ไม่ต่ำกว่า ระดับหมื่นล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่มีผลต่ออัตราการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนก็ คือ ความมั่นคงทางการเมือง ทรัพยากร และจำนวนประชากร ซึ่งถ้าหากมีแนวโน้มในด้านบวกมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสการเติบโตในอนาคตก็จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ดังนั้น การรวมประชาคมอาเซียน ก็คือ การรวมตัวกันเพื่อสร้างโอกาสและแนวโน้มด้านบวกให้มากขึ้น ซึ่งเชื่อได้แน่ว่า หาก 10 ประเทศรวมกัน ย่อมสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสได้มากกว่าอย่างแน่นอน