AEC NEWS : ม.หอการค้าฯ ชี้ช่องนักธุรกิจเข้าลงทุนในพม่า ฉวยโอกาสรุกก่อนเปิดเออีซี

Myanmar
ผู้เยี่ยมชม : 2832
ลงข้อมูลเมื่อ : 24/07/2555 17:58

ม.หอการค้าฯ แนะนักลงทุนหาแนวทางร่วมลงทุน “พม่า” เพื่อรองรับเปิด “เออีซี” ระบุทรัพยากรธรรมชาติยังมีสูงเหมาะสำหรับ “เอสเอ็มอี” ภาคเกษตร และกลุ่มยานยนต์ โดยเข้าร่วมทุนกับกลุ่มท้องถิ่น ห้ามลงทุนเอง 100% เพราะมีความเสี่ยงหลายด้าน พร้อมเตือน หากชักช้าอาจเสียโอกาสให้ประเทศอื่น

 

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนา “TMB Borderless on Stage 2012” ตอน “AEC 2015 PROMPT เคลื่อนทัพธุรกิจไทย.....สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โดยระบุว่า นักลงทุนไทยควรจะมองหาช่องทางการลงทุนในประเทศอาเซียนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

 

นายอัทธ์กล่าวว่า ประเทศพม่าเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ภาคการเกษตร ประมง เนื่องจากยังมีทรัพยากรธรรมชาติสูง ที่ดินราคาถูกเหมาะแก่การทำการเกษตร กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่จะเติบโตได้ดี เพราะประเทศพม่าใช้รถยนต์มือ 2 จำนวนมาก

 

ทั้งนี้ หากนักลงทุนไทยไม่เร่งเข้าลงทุนอาจจะทำให้เสียโอกาสให้ประเทศอื่นในอาเซียนได้ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่เริ่มเข้าไปร่วมด้านวัสดุก่อสร้างแล้ว แต่นักลงทุนไทยควรเข้าไปลงทุนในรูปแบบร่วมลงทุนกับบริษัทพม่ามากกว่าเข้าไปลงทุนเต็ม 100 เพราะอาจเกิดความเสี่ยงได้ง่าย เนื่องจากพม่ายังมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการลงทุน รวมทั้งยังมีต้นทุนด้านการขนส่งสูงและมีระบบสาธารณูปโภคที่ยังไม่เอื้ออำนวย

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในพม่ามากขึ้น ภาครัฐควรจะเป็นผู้นำในการพานักลงทุนไทยเข้าไปพบปะกับนักลงทุนพม่า เพื่อเปิดช่องทางธุรกิจมากขึ้น รวมทั้งจะต้องมีการแปลข้อกฎหมายของพม่าออกมาอย่างชัดเจนทุกฉบับ เพื่อให้นักลงทุนมีความเข้าใจก่อนเข้าไปลงทุนจริง

 

นายอัทธ์กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย เพราะหากเปิดเออีซีแล้วอินโดนีเซียจะได้รับประโยชน์สูงสุดที่เศรษฐกิจจะขยายตัวสูงสุดในอาเซียน และจะสามารถดึงส่วนแบ่งทางการตลาดในอาเซียนได้มากที่สุด เพราะอินโดนีเซียมีประชากรที่มีกำลังซื้อสูง และมีทรัพยากรธรรมชาติใกล้เคียงกับพม่า แต่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงแผ่นดินไหว และการใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่เข้มงวด ก็ยังน่าเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และวัสดุก่อสร้าง

 

ขณะที่ภาคสถาบันการเงิน นายวิกรานต์ ปวโรจน์กิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถาบันการเงินไทยส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวด้วยการเข้าไปร่วมมือกับสถาบันการเงินของประเทศในอาเซียนในการขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น ซึ่งในส่วนของธนาคารทหารไทยได้เริ่มเข้าไปร่วมมือกับธนาคารลาวในการบริหารจัดการทางการเงินให้ลูกค้าที่จะไปลงทุนในลาว และเตรียมขยายการให้บริการทางธุรกรรมเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งก็จะพิจารณาขยายไปอีกทุกประเทศในอาเซียน โดยจะเริ่มจากความต้องการของลูกค้าที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศนั้นเป็นหลัก

 

 

 

 

ที่มา..http://www.manager.co.th