AEC NEWS : สจล.จับมือ NUOL เปิดหลักสูตรวิศวะช่วยชาวลาวพร้อมก้าวสู่ AEC

Laos
ผู้เยี่ยมชม : 2867
ลงข้อมูลเมื่อ : 06/07/2555 14:44

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความสามารถเสริมรากฐานให้ประเทศมั่นคง โดยเฉพาะวิชาความรู้ด้านวิศวกรรมมีผลอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิศวกรรมถือเป็นสิ่งที่เสริมรากฐานให้ประเทศมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น

เมื่องานด้านวิศวกรรมมีความจำเป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว จึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมีวิศวกรที่มีความรู้ ด้วยเหตุนี้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทและเอกสาขาต่าง ๆ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (NUOL) เพิ่มศักยภาพการศึกษาแก่นักศึกษา และอาจารย์ให้แก่ สปป.ลาว และมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ เสริมความเข้มแข็งทางการแข่งขันให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สจล. และ NUOL จะได้เข้ามาพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อต้อนรับการเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกัน หลักสูตรที่น่าสนใจ อาทิ สาขาวิชาโทรคมนาคม สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาเซียนจำเป็นต้องพึ่งพางานวิศวกรรม การศึกษาด้านนี้มีความต้องการสูง ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือกันและกัน ทั้งสองประเทศได้พัฒนาและสร้างเครือข่าย แสดงศักยภาพงานทางด้านศึกษา รวมถึงการพัฒนาอาเซียนด้วย ซึ่งอาเซียนเป็นเป้าหมายแรกในการสร้างเครือข่ายของ สจล. นอกจากนี้ รศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวเสริมว่า เมื่อประชาคมอาเซียนเปิดตัว เศรษฐกิจของ สปป.ลาวจะแข็งแกร่งขึ้น การที่ สจล.สนับสนุนด้านการศึกษาเพื่อผลทางเศรษฐกิจในอนาคต ปัจจุบันเศรษฐกิจ สปป.ลาวเติบโตขึ้น มีการใช้พลังงานมากขึ้น สิ่งที่คาดหวังคือได้ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน เป็นน้ำใจซึ่งกันและกัน

ตัวแทน NUOL กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ต้องการความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งนักศึกษาและอาจารย์ไปยังมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลางและรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้มีการทิ้งช่วงห่างเกินไป จากปี ค.ศ. 2006 – 2009 มีอาจารย์ของ ม.แห่งชาติลาวจบปริญญาโทเพิ่มขึ้นถึง 6 คน และกล่าวว่า สจล.เป็นสถาบันที่มีความสามารถทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ การลงนามร่วมกันเพื่อง่ายในการประสานงานให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งทั้ง 2 สถาบันมีการแลกเปลี่ยนกันในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ รวมไปถึงงานวิจัยต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง และส่งผลดีต่ออาเซียนให้สามารถพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศที่เจริญแล้ว

ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีภาษาซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมไม่ต่างกันนัก นักศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้ว จะได้นำความรู้มาพัฒนาการศึกษาของประเทศตน ต่อไปบุคลากรของ สปป.ลาวจะมีคุณภาพ เป็นรากฐานการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต ซึ่งประเทศจะมีขีดความสามารถในการพัฒนามากน้อยเพียงใด การศึกษามีส่วนช่วยเสริมที่สำคัญ หากการศึกษาของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีคุณภาพ อนาคตที่สดใสคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ข่าว - สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์