AEC NEWS : สสปน.บุกตลาด 'เวียดนาม' ต่อยอดแผนกระตุ้นตลาดแสดงสินค้ากลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง

Vietnam
ผู้เยี่ยมชม : 1943
ลงข้อมูลเมื่อ : 04/09/2555 17:04

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเดินสายจัดโรดโชว์ไปยังเมืองโฮจิมินห์และเมืองดานัง ประเทศเวียดนามเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

 หลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าเวียดนามที่มุ่งผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าให้เป็นเวทีในการกระตุ้นการค้าการลงทุนระหว่างประเทศเมื่อสองปีที่ผ่านมา การเดินสายครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ด้านการค้าของสองประเทศผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย พร้อมโปรโมทไทยในฐานะศูนย์กลางงานแสดงสินค้านานาชาติ ประตูสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียน ตั้งเป้าตลาดเวียดนามปีนี้เติบโตร้อยละ 10 จากการดึงภาคธุรกิจของเวียดนามร่วมงานแสดงสินค้าในไทย สร้างรายได้สู่ธุรกิจงานแสดงสินค้าตามเป้าหมาย 8,000 ล้านบาท

 

 นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานแสดงสินค้านานาชาติ สสปน. กล่าวว่า “เวียดนามนับเป็นตลาดที่น่าจับตามองของอาเซียนตลาดหนึ่ง และเป็นตลาดที่อยู่ในแผนกระตุ้นเป้าหมายของธุรกิจงานแสดงสินค้านานาชาติกับกลุ่มประเทศในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง การจัดโรดโชว์ไปยังประเทศเวียดนามครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองหลังจากการลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าเวียดนาม (VIETRADE) โดยเดินทางไปยังสองเมืองหลัก คือ เมืองโฮจิมินห์ และเมืองดานัง มุ่งเน้นการจัดอบรมเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและแลกเปลี่ยนข้อมูลให้แก่นักธุรกิจของเวียดนาม ให้ใช้เวทีการแสดงสินค้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน ต่อยอดความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ”

 โรดโชว์ครั้งนี้ ทำให้ สสปน. เจาะตลาดประเทศเวียดนามลงพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศทางตอนกลางผ่านเมืองดานังและตอนใต้ผ่านเมืองโฮจิมินส์ ผ่านกิจกรรมการสัมมนาส่งเสริมการตลาด มุ่งเป้าส่งเสริมนักธุรกิจเวียดนามที่ต้องการเจาะตลาดไทยและอาเซียนผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย ให้ได้รับทราบถึงขั้นตอนและแนวทางในการเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทยผ่านแคมเปญการตลาด 100 A-Head รวมถึงแนวทางการเข้าร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้านานาชาติในรูปแบบ Country Pavilion อย่างไรให้ประสบความสำเร็จและคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นการนำเสนอความสำคัญและศักยภาพของงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย ที่จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจในอาเซียนให้กับเวียดนาม พร้อมโปรโมทไทยเป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้านานาชาติของอาเซียน ขับเคลื่อนความร่วมมือ 2 ประเทศรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ

 “การเยือนครั้งนี้ สสปน. ได้เชิญผู้แทนจากสมาคมการแสดงสินค้านานาชาติในฐานะภาคเอกชนร่วมเดินทางด้วย โดยที่เมืองโฮจิมินห์ สสปน. ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าเวียตนามจัดงานสัมมนาให้แก่นักธุรกิจสมาชิกของ VIETRADE กว่า 100 คน จาก 22 จังหวัด ในขณะที่เมืองดานังมีนักธุรกิจ สมาคมการค้า หอการค้า และบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำเข้าร่วมกว่า 160 คน จากกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรม โดย สสปน.เน้นการส่งเสริมและกระตุ้นให้นักธุรกิจจากเวียดนามเข้าร่วมงานและร่วมออกงานแสดงสินค้าในไทยมากขึ้น ด้วยการชูศักยภาพของประเทศที่เป็นฐานการผลิตของ 8 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย ยานยนต์/ จิวเวลลี่/ การเกษตร อาหารและยา/ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม/ การท่องเที่ยว/ พลังงาน/ ก่อสร้างและการออกแบบ และการแพทย์ โดยเราได้นำเสนอ 19 งานแสดงสินค้าหลักของไทยแก่นักธุรกิจเวียดนาม ซึ่งเป็นงานที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศและอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพสูงที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ งาน Pack Print International งาน GFT งาน Food & Hotel Thailand งาน Horti Asia งาน Pro Pak Asia งาน BIG & BIH งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair งาน TAPA งาน BIFF & BIL งาน Renewable Energy Asia งาน Thai FEX งาน VIV Asia งาน Bangkok RHVAC งาน BMAM งาน Automotive งาน Tiprex งาน Interplas งาน Intermach และงาน Metalex” นางศุภวรรณกล่าวเสริม

 กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบไปด้วย ไทย เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา และยุนนานทางตอนใต้ของจีน เป็นกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพและมีโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงแห่งหนึ่งของโลกโดยมีประชากรรวมกว่า 320 ล้านคน มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ และมีโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ภูมิภาคนี้ได้มีการส่งเสริมการขยายตัวทางการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม การเกษตร บริการ การพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยีและการศึกษา ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถและโอกาสทางเศรษฐกิจในเวทีการค้าโลก

 ด้านภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ ในปี 2554 การค้าระหว่างเวียดนามกับไทยมีมูลค่าถึง 272,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากปีก่อนหน้า มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังเวียดนามคิดเป็นมูลค่า 211,770 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 20 จากปีก่อน ด้านการนำเข้าคิดเป็นมูลค่า 60,810 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 45จากปีก่อน ด้านธุรกิจงานแสดงสินค้าประเทศเวียดนามติดอันดับที่ 3 ของประเทศที่มีผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าจากกลุ่มเอเชีย คิดเป็นร้อยละ 8.4 ของจำนวนผู้เข้าร่วมโดยอันดับที่ 1 ได้แก่ มาเลเซียตามด้วยอินเดีย

 “จากผลการจัดงานนั้น เราพบว่านักธุรกิจเวียดนามแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางของงานแสดงสินค้าชั้นแนวหน้าของภูมิภาคอาเซียนเพราะตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค และสนใจโอกาสทางธุรกิจผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติโดยเฉพาะงานแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมเครื่องจักรโลหะการ อาหาร อาหารแช่แข็ง และเกษตรกรรม อาทิ งาน VIV Asia งาน Food & Hotel Thailand งาน FIAsia งาน Horti Asia งาน Metalex งาน Intermach งาน Motor Expo งาน Manufacturing Expo นอกจากนี้ไทยยังมีสถานที่จัดงานมาตรฐานระดับโลกและสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสาธารณูปโภคอันทันสมัย เป็นศูนย์กลางการบิน โดยมีเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้าออกกว่า 500 เที่ยวบินต่อวัน เชื่อมโยงกว่า 190 ประเทศทั่วโลก มีระบบคมนานคมขนส่งอันสะดวกสบาย เชื่อมต่อสนามบินกับใจกลางเมืองผ่านแอร์พอร์ตลิ๊งค์ ประกอบกับการที่ สสปน.ให้การสนับสนุนด้านแคมเปญการตลาด 100 A-Head สนับสนุนการเดินทางชมงานฯ เจาะกลุ่มประเทศในอาเซียน คาดการณ์ว่าจะมีนักธุรกิจเวียดนามกว่า 300 คนเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในไทยในปีนี้ ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์ปีนี้ ตั้งเป้าผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ประมาณ 750,000 คน สร้างมูลค่าให้อุตสาหกรรมถึง 60,120 ล้านบาท โดยตั้งเป้าผู้ร่วมงานแสดงสินค้าจากประเทศเวียดนามเติบโตร้อยละ 10 ในปี พ.ศ. 2555 ต่อเนื่องไปถึงปี พ.ศ. 2556 ตลาดเวียดนามยังคงเป็นตลาดสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานแสดงสินค้านานาชาติในไทยให้ถึง 80,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจไทยประมาณ 8,000 ล้านบาทตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ในปีนี้” นางศุภวรรณ กล่าวสรุป

 จากสถิติล่าสุดของสมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลกหรือ UFI ระบุว่าอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยรั้งตำแหน่งผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 4,523 ล้านบาท (150.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านงานแสดงสินค้าตลอดปี 77 งาน ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในด้านจำนวนพื้นที่ขายสำหรับจัดงานแสดงสินค้าต่อปีถึง 462,500 ตารางเมตร จากสถานที่จัดงานแสดงสินค้ามาตรฐานสากลทั้ง 8 แห่ง

 ทั้งนี้ศูนย์การแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ในการเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้านานาชาติเจาะกลุ่มเป้าหมายประเทศกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขงและจีนตอนใต้

 

 

 

 

ที่มา..ฐานเศรษฐกิจ