AEC NEWS : โอกาสธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในกัมพูชา

Combodia
ผู้เยี่ยมชม : 2082
ลงข้อมูลเมื่อ : 26/10/2555 15:30

นอกจากนี้เพียงแค่สี่เดือนแรกของปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนถึง 1.27 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2554 กว่าร้อยละ 27 โดยเป็นนักท่องเที่ยวจากเวียดนามมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 246,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 19.4) เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 อันดับที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ 181,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 14.3)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 และอันดับ 3 เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน จำนวนทั้งสิ้น 112,600 คน (คิดเป็นร้อยละ 8.9)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 32  ซึ่งทางการกัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะเจาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เพิ่มเป็น 5 แสนคนภายในปี 2558 และเพิ่มเป็น 1 ล้านคนภายในปี 2563 ขณะที่อันดับ 4 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกัมพูชาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 87 ที่ 65,200 คน (คิดเป็นร้อยละ 5.1)  เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสองประเทศ

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนกัมพูชาประมาณครึ่งหนึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จังหวัดเสียมเรียบเพื่อชม นครวัดและนครธมซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งมีจุดมุ่งหมายที่เมืองหลวงกรุงพนมเปญและจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดพระสีหนุที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่สวยงาม ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคัก (High Season) ของกัมพูชาจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมซึ่งเป็นช่วงปลอดฝน ขณะที่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเบาบาง (Low Season) จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงฝนตก คล้ายกับฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย

เพียงแค่สี่เดือนแรกของปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนถึง 1.27 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2554 กว่าร้อยละ 27 โดยเป็นนักท่องเที่ยวจากเวียดนามมากเป็นอันดับ 1 จำนวน 246,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 19.4) เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 อันดับที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ 181,000 คน (คิดเป็นร้อยละ 14.3)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 และอันดับ 3 เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน จำนวนทั้งสิ้น 112,600 คน (คิดเป็นร้อยละ 8.9)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 32  ซึ่งทางการกัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะเจาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เพิ่มเป็น 5 แสนคนภายในปี 2558 และเพิ่มเป็น 1 ล้านคนภายในปี 2563 ขณะที่อันดับ 4 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกัมพูชาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 87 ที่ 65,200 คน (คิดเป็นร้อยละ 5.1)  เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสองประเทศ

จากศักยภาพและแนวโน้มที่สดใสของภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา พร้อมกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจากรัฐบาลอย่างจริงจัง จึงดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้มีความต้องการห้องพักและร้านอาหารและบริการด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2554 คณะกรรมการการลงทุนกัมพูชา (Cambodia Investment Board) ได้อนุมัติโครงการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 6 โครงการ เงินลงทุน 14.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2553 ซึ่งมีเงินลงทุนด้านการท่องเที่ยวเพียง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการลงทุนเพื่อธุรกิจพัฒนาศูนย์การท่องเที่ยว ศูนย์การค้า โรงแรมระดับ 5 ดาวและที่พักอาศัย ประกอบกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งในภาคการท่องเที่ยวจะมีการเปิดเสรีมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่พัก ธุรกิจบริการทัวร์และนำเที่ยว ธุรกิจบริการร้านอาหาร และธุรกิจฝึกอบรม เป็นต้น

ธุรกิจที่พัก ได้แก่ โรงแรม รีสอร์ท เกสเฮาส์ และโฮมสเตย์ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่สดใส ตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยว มีอัตราการเข้าพักโรงแรม (Hotel Occupancy) ที่สูงกว่าเมืองไทย
ซึ่งนักลงทุนไทย ควรมุ่งเน้นในกลุ่ม โรงแรมขนาดกลาง เกสท์เฮาส์ และโฮมส์สเตย์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ระดับกลางจากภูมิภาคเอเชีย และตลาดยังมีโอกาสของการขยายตัว อย่างไรก็ตามความท้าทายในธุรกิจที่พัก คือ การติดต่อหน่วยงานราชการ ยังมีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งราคาที่ดินที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจบริการทัวร์และนำเที่ยว เนื่องจากการการแข่งขันของธุรกิจนำเที่ยวในประเทศกัมพูชาค่อนข้างเสรีและแข่งขันสูง ดังนั้นควรจดทะเบียนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและจัดทำทัวร์ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทนำเที่ยวในประเทศกัมพูชาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวในหลากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนโดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว ซึ่งจะได้ลูกค้าทั้งในลักษณะการจัดทัวร์ไปต่างประเทศ (Outbound) และการจัดทัวร์เข้ามาในประเทศ (Inbound)

ธุรกิจร้านอาหาร สามารถลงทุนได้หลากหลายระดับในกรุงพนมเปญและจังหวัดเสียมเรียบ โดยอาจเน้นร้านอาหารไทยซึ่งเป็นที่ตอบรับของคนทั่วโลกหรือร้านอาหารนานาชาติที่ตกแต่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อให้สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะลูกค้าที่มาจากภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ รวมทั้งอาหารประเภท Fast Food และ Food Court ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวและคนกัมพูชาเช่นกัน

ธุรกิจฝึกอบรมด้านการบริการและการท่องเที่ยว เป็นอีกธุรกิจที่มีศักยภาพในการลงทุน เนื่องจากแรงงานรวมไปถึงหัวหน้างานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการยังขาดทักษะเกี่ยวกับการให้บริการ ซึ่งผู้ประกอบการของไทยมีความโดดเด่นและถนัดทางด้านการให้บริการจึงเป็นโอกาสในการทำธุรกิจโรงเรียนสอนวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม

โดยสรุป ธุรกิจด้านบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท้องเที่ยวในกัมพูชาสำหรับนักลงทุนไทย ถือได้ว่ามีศักยภาพและน่าลงทุน จากการที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการในกัมพูชาที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยถือได้ว่ามีจุดแข็งและโดดเด่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการมาอย่างยาวนาน และเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามการลงทุนในกัมพูชา ผู้ประกอบการที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมทั้งมีเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีต่อนักธุรกิจท้องถิ่นรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐในกัมพูชา ย่อมมีความได้เปรียบในการทำธุรกิจในกัมพูชามากขึ้น

คณะนักวิจัย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอขอบคุณ คุณ Heng Thy ผู้อำนวยการ ฝ่ายภาษีและการให้คำปรึกษา และคุณ Hang Sophath Molyzana ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ไพรซ์ วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (กัมพูชา) จำกัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ที่กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาครั้งนี้